it's private's profileone strange man in one s...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    March 08

    กรูยางงงม่ายยยยยตายยยย

    555 คงต้องทักทายด้วยคำนี้แหละ ว่า กรูยังม่ายตาย(ว้อย)
    เหอะๆ งานสาหัสมากมาย กลับถึงบ้านก็สลบตลอด ไม่มีแรงมา อัพซักที
    แต่อาทิตย์นี้โชคดี หัวหน้าไม่อยู่ วันเสาร์เลยโดดไม่ไปทำงานกันทั้งทีมเลย55
     
    เลยได้พักซะที จำไม่ได้แล้วนะเนี่ยว่าครั้งสุดท้ายที่ได้หยุดวันเสาร์ด้วยนี่เมื่อไหร่
    แต่จำได้ว่าใน สัญญาจ้างหน่ะ กรูควรจะทำงาน จ-ศ แค่นั้นะ เหอะๆ
    ช่วงที่ผ่านมาก็ มีเรื่อง 108 ประการมากมาย ส่วนใหญ่จะแย่ กล้ำกลืนฝืนทนมากมาย
    แต่ช่วงนี้ เริ่มลงตัวหน่อยแระ ก็ยังดี ก็ไม่มีไรมากหรอก แค่มาส่งข่าวให้หลายๆคนรู้ว่า
    กรูยังอยู่ แม้จะไม่สมบูรณ์ 100 ก็เถอะ กะลังเปื่อยอยู่ ช่วงนี้
    อีกอย่างตอนนี้ เริ่ม อพยพ ไปอยู่ hi5 แระ เพราะรุ้สึก มันไม่ค่อย แฮ้งแบบ space นี่
    ไงก็ขอให้ทุกคนสู้ๆ กะชีวิต เจอแต่เรื่องดีๆเน้อออ
     
    January 13

    เปื่อย........

    เป็นความมหัศจรรย์ ของชีวิตมาก ป่วยตั้งกะ สิ้นปี ยันปีใหม่ ยันวันนี้
    ป่วยได้ มาราธอนมากๆ ป่วยจนเปื่อย จนถ้าเป็น เนื้อก็เรียกว่า มันเป็น เนื้อตุ๋น เคี่ยว 7 ชมแล้วหล่ะ
    ส่วนที่ป่วย ก็ป่วยเนื่องจาก ลำไส้แปรปรวน IBS เป็นโรคที่โคตร intrend มากๆ กรู
    แต่ต่อให้กูเปื่อย ป่วยจนตายแค่ไหน กรูก็มีแรงไปตะลอนทัวร์เสมอ
    วันที่ 3-6 ก็ไป ปายกะเชียงใหม่มา แต่เป้นการเที่ยวที่เหมือนไม่ได้เที่ยวเลย
    เพราะทำ ด๋อยไรไม่ได้เลย กินเหล้าก็ไม่ได้ อาหารรสจัดๆก็ไมได้ กินก็กินได้น้อย
    ไปแบบ เปื่อยๆ อยู่แบบเปื่อยๆ แต่ก็นะ ได้ออกจาก มลภาวะของ กทมไปนี่
    รู้สึก อาการดีขึ้นเยอะๆ สงสัยกรูต้องไปปักหลักแถวนั้นซะแร้ว หุหุหุ
    กลับมาทำงานก็เจอความมหัสจรรย์ของลูกค้าทันที งานที่เตรียมตัวกันมาเกือบเดือน
    อยู่ๆลูกค้าก็ขอยกเลิกซะงั้น บอกจะไปให้โรงงานลูกในญี่ปุ่นทำแทน..._วย มากๆ
    แต่ก็ดีอย่าง ทีมนี้ก็เลย ว่างงานกระทันหันทันที 555 ได้เลิกงาน 5 โมงเย็นอย่างคนอื่นเค้าบ้าง
    เลิกเสร็จนะ กรูก็นี่เลย แจ้นเข้า สยามบ้าง พันทิพย์บ้าง หลั่นล้าสุดๆ 
    แต่ตอนนี้ เริ่มเบื่อแล้วอ่ะ ไม่มีงานทำ  เซ็งงงงง
    คนเรานี่ก็แปลกเนอะ นั่งทำงานยัน3ทุ่ม เสาร์อาทิตย์ทำงาน ก็บ่นงานหนัก
    พอมาเลิก 5 โมง เสาร์อาทิตย์นั่งเล่นก็บ่นไม่มีงานทำ มนุษย์โลกหนอ เมื่อไหร่จะรุ้จักความพอดี เหอะๆ
     
    เอาว่าไง ก็ Happy new year 2008/2550 ทุกกคนนะค้าบบบ มีความสุขเยอะๆ ขอให้
    รุ่งโรจน์กันทุกเน้อออ สู้ๆ
     
    ***ว่าจะไปเจาะหูแล้วใส่จิว คิดว่ามันจะออกมา bling หรือ blink หล่ะนี่***
     
    December 15

    300 บาท

    วันนี้ ได้รับ จม จาก มูลนิธิ เด็กกำพร้า โสละมา
    ก็ดูๆ จนไปถึงส่วนที่เป็น จมตอบกลับว่าจะบริจาคอะไรบ้าง
    ก็มีช่องนึงบอกว่า อุปการะเด็กรายคน เดือนหล่ะ 300 บาท พออ่านกูก็อืมม
    300 นี่ดูแล เด็กหนึ่งคนได้ทั้งเดือนเลยหรอเนี่ย แล้วชีวิตกูหล่ะ 300 บาททำไรได้บ้าง
    นวด 2 ชม 300 บาท ไม่ก็
    ตัดผม 250 บาท ไม่ก็
    กินเข้าในร้าน 2-3 ร้อยบาท ไม่ก็
    รายเดือนมือถือ 300 บาท ไม่ก็
    ค่าเน็ต 200 บาทต่อเดือน ไม่ก็
    เที่ยวกะเพื่อน 3-5ร้อยบาท
    ค่าแอร์ต่อเดือน 3-4 ร้อยบาท
     
    ดูสิ มีสาระโคตรๆเลย 300 บาทของกู
    ว่าแล้วก็เลย ตัดสินใจว่า จะอุปการะเด็กแระ
    คงเริ่มจาก 1 คนก่อน แล้ว ในเดือนๆนึงกูจะลดการไปกินในร้านลง
    แล้วเงินที่กู แดร๊กล้างผลาญ ก็จะไปเป็น ตังให้เด็ก 1 คนมีกิน 1 เดือนคุ้มจิงๆ
    แล้วอ่านดู มูลนิธินี้ เค้าจะให้รับเด็กเป็นลูกบุญธรรมได้ ต้องแต่งงานแล้วเท่านั้น
    กรูม่ายเข้าใจ แล้วไง ถ้าคนโสด คิดอยากมีลูกไมได้หรอ กูไม่อยากแต่งงาน
    เพราะจนถึงตอนนี้ กูยังคิดไม่ออกเลย ว่ากูจะรักคนหนึ่งคน จนชั่วชีวิตได้มั้ย
    เฮ่อออ อยากมีลูกจัง แต่ตอนนี้ขอเวลานอนก่อนเหอะ
     
    ***วันนี้ไปบริจาคเลือดครั้งที่ 13 มาด้วย***
     ***ทำงาน14 วันรวด ได้หยุด 1 วัน T_T***
    ***เพื่อนกูมันจะแต่งงานได้จริงๆหรอวะ กลัวแทนมันไงไม่รู้***
    ***ตัดสินใจแล้วชาตินี้enjoy being engineer ชาติหน้า จะenjoy being doctor 555***
     
     
     
    December 01

    รักแห่งสยาม พากูสยอง

    ไปดูรักแห่งสยามมา.....อืมเป้นการตัดสินใจที่ผิดหรือถูกไม่รุ้
    ถ้าพูดในแง่ว่ามันคือหนัง หนังเรื่องนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
    แต่ไอ้สิ่งที่หนังเรื่องนี้ สะท้อนนี่สิ ใครที่มีปมในใจ ไม่ว่าจะเรื่อง
    ชีวิต เรื่องครอบครัว เรื่องรัก เรื่องการตัดสินใจในอดีตแล้ว เชื่อได้เลยว่า
    100 ทั้ง 100 จิตตกทุกคนแน่ๆ กรณีกรู มันคือเรื่องการตัดสินใจ ent นู่นนน
    ตอนนั้น ม4 อยากเข้าแพทย์มากๆ เพราะอยากเป้นจิตแพทย์ แต่แม่ก็แบบanti
    อาชีพนี้มากๆ ทะเลาะกันทุกวันจนถึงขั้น แม่ยื่นคำขาดสุดท้ายว่า ถ้าอยากไปเรียนด้านนี้
    เอาเงินไปก้อนนึง แล้วออกจากบ้านได้เลย.....แล้วจะให้กรูทำงายยยย ก็เลยบอก
    งั้น วิดวะคอมแทนนะ แล้วหลังจากนั้น เกรด 3 กลางๆ ก็ร่วงมาเหลอ 2 ปลายๆ555
    เพราะ เลิกเรียนเลยจิงๆ จากที่อ่านหนังสือทุกคืน ตั้งใจเรียนทุกคาบ กลายเป้น
    ไปโรงเรียนด้วย cd player+cd อีก 10 กว่าแผ่นทุกวัน แค่นั้นเลย เหอะๆ
    แต่มาคิดดูตอนนี้แล้ว ถ้าตอนนั้น บอกไปแทนว่าอยากเป้น หมอด้านอื่น กแม่คง approve เนอะ
    แต่ตอนนั้นแบบว่าเด็กไง ถ้าไม่ได้ตามที่คิด 100% คือไม่เอาเลยดีกว่า(นิสัยนี้ตอนนี้ก็ยังเป้นนะ 55)
    แล้วตอนนี้หล่ะ กรูเป็นไร กรูมาไกลเกินกว่าจะกลับไปแก้อะไรได้แล้ว เฮ่อออ
    แต่ก็นะ ชีวิตคน บางครั้งถึงรู้ว่ามาผิดทางแต่ก็ต้องไปต่อให้ถึงที่สุด
    และในไม่ช้า โจทย์แบบเดิมก็จะเกิดอีกครั้ง แล้วครั้งนี้กรูจะเลือกอะไรดี
    ระหว่าง ความคาดหวังของพ่อแม่ หรือความต้องการของตัวเอง?
     
    November 17

    fat fest 7

    ช่วงนี้ ว่างงานเล็กน้อย ได้กลับบ้าน 1-2 ทุ่ม เหมือนคนปรกติหน่อย
    แต่มันจะว่างแบบนี้อีกไม่เกิน อาทิตย์หน้าแล้วหลังจากนั้น มันก็จะ นรกดังเดิม T_T
     
    อาทิตย์ที่แล้วไปงาน fat fest 7 มา หนุกหนานดี แต่ทำไมไม่รุ้ไม่หนุกเท่าปีก่อน
    คนก็เหมือนจะน้อยลงด้วยนะ ไม่รุทำไม ปีนี้ก็ไปกะคนเดิม คือ นายนัย
    ตอนนี้รุ้สึกว่า นายนัย นี่จะเป็นเพื่อนที่มีไว้เจอกัน ปีหล่ะครั้ง ตอนงาน fat fest 555
    แต่ปีนี้ พิเศษมากๆ ได้ถ่ายรูปกะ พี่ริค วชิรปิลันธ์ ด้วย โฮ่ๆๆๆ พี่แก hardcore ดีชอบๆ
    แต่ไม่ลงรูปให้ดูหรอก เพราะดีใจจนหน้า เอ๋อมากๆ ถ่ายออกมาอุบาดมากๆ5555
     
    แล้วนี่เลย ตอนนี้พี่ ริค เค้าเป็นนักร้องนำวงcrescendo แทน บี แล้ว กูก็เลยไปซื้อ cd ที่ บูท
    ของ crescendo ตอนไปซื้อ หัวหน้าวงเค้าก็ถามกูว่ารู้ยังว่า crescendo เปลี่ยนนักร้องนำแล้ว
    กูก็ตอบอย่างมาดมั่นว่า เพราะรู้ว่าเปลี่ยนแล้วนี่แหละพี่ผมถึงมาซื้อ 55 พี่แกขำแบบสะใจมากมาย55
     
    อีกหนึ่งอย่าง เพลงสุดท้ายของ บอล จารุรักษ์ เท่มาก เป็นเพลงของ พงศ์เทพ กระโดน ชำนาญเก่า
    มีท่อนhook ว่า "ศุกร์เมา เสาร์นอน อาทิตย์ถอน จันทร์ลา" 555 สุดยอดมากๆๆๆ ฟังแล้วแบบว่า
    โอ้ ชีวิตที่กรูฝันใฝ่ 555
     
    แล้วปีนี้มีโชว์ที่พิเศษมากๆ คือ มีโชว์ที่เป็น tribute to โจ้ วงpause โดยเพื่อนๆโจ้ มาร้องเพลง
    ที่โจ้ร้องในวันที่เค้ามาโชว์ ตอนงาน fat fest1 ซึ้งมากๆ โชว์นี้ โดยเฉพาะพี่ ริค
    ที่ใส่เสื้อโค้ตหนัง สีน้ำตาลของ โจ้ขึ้นมาร้องเพลง สุดๆ
     
    สรุป ถึงปีนี้จะไม่มันส์ เท่าปีก่อน แต่มันก็น่าจดจำ เหมือนเดิม
    และแล้วก็ตื่นกลับมาโลกแห่งความจริง นรกรออยู่ข้างหน้า T_T
     
    ***For NIKI***
    Hey NIKI, this week i'm ultimately lazy soo i'll summarise my blog into one sentense.
     this blog is nothing but a story of a music festival i went to last week that's all. hahahaha
     
     
    October 28

    my best friend wedding

    เพื่อนกรูจะแต่งงานแล้ว !!!!!!!!!!!!!!!!
    ไรฟะเนี่ย ยังไม่ทัน 25 เลยแมร่งจะแต่งงานแระ แล้วดูกรูดิ๊
    ยังหาแฟนไม่ได้เลย แล้วจิงๆนะ ไอ้คนเนี้ยเนี่ยตอนอยู่ มัธยมนี่
    มันนี่แบบว่า หล่อนะ แต่ง ญ ไม่เคยแล เพื่อนยังแทบไม่มีเลย
    ตอนนั้น เลยบอกมันเล่นๆว่าถ้า มรึงแต่งก่อนกรู ชาตินี้กรูไม่แต่ง
    แล้วเป็นไงหล่ะ มันเจือกแต่งชนิด กรูยังไม่ทันตั้งตัวเลย
    แล้วยังให้กรู ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย อืมมม ตอกย้ำตัวเองดีจัง T_T
    แต่นะมองในแง่ดี อาจได้เจอเนื้อคู่ในงานเพื่อน555(ฝันหวานสุดๆ)
    แต่เอาเหอะ ไงก็ดีใจมากๆ ที่เห็นมันมีความสุขแบบนี้
     
    แต่ไม่รุ้นะ กรูว่ามันเร็วไปอ่ะ 24 เอง แต่งงานแระ ยังไม่ทันใช้ชีวิตเลย
    แต่ก็เถอะนะ มันอาจจะรู้สึกว่ามันเจอคนที่ใช่แล้ว คนที่มันจะใช้ชีวิต
    ชั่วชีวิตด้วยแล้ว คิดแล้ว อิจฉามันเล็กๆแฮะ...
     
    ***ขี้เกียจบ่นเรื่อง ทำงานแระ มันชินชา ตายด้าน เหอะๆ***
     
    ***english edition for NIKI***
    my best friend is about to wed his girlfriend soon. this is one of the biggest
    surprise in my life. my friend is only a mere 24 years old man and he's about to marry WTF!
    and look at me i have nothing, no girlfriend sob sobT_T
    once i've told him that if he gets marry before me, i will not marry for the rest of my life....
    luckily he cannot remember this one hahahaha.
    anyway i'm really happy for him since no matter what happen he's my best firend :)
     
    October 13

    โคตร โรงงานนรก

    จะตายยยแล้วววววววว
    แมร่งงานเปรตไรวะเนี่ย ทำงาน 7 วัน 7 คืน
    นี่ทำแบบไม่มีวันหยุดมาครบเดือนแล้วนะเนี่ย วันนี้เลยไม่ไหวแล้ว
    นอนอู้ อยู่บ้านแระ วันอาทิตย์ค่อยไปทำงาน เซ็งโคตรๆ ทำไมโรงานนี้
    มันแบบว่าโคตร แรงงาน ถึก มากๆ ตอนนี้ธาตุไฟเริ่มแตกแระ เริ่มอยากไป
    นุ่นนี่ อยากกินสารพัด อยากซื้อของ อยากๆๆๆๆ แต่ไม่ได้ทำจิงซักกะอย่าง
    เพราะนั่งอยู่ใน โรงงานจนจะเป็น เจ้าที่เฝ้าโรงงานอยู่แล้ว เซ็งเป้ด
    แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าโลกถล่มฟ้าทลาย วันที่ 10-11 พย กรูจไปดู Fat fest
    ใครจะไปยกมือขึ้นนนน
     
    มาบ่นแค่นี้แหละ ไปนอนดีก่า เวลานอนมีน้อย 555
     
    ***English edition dedicated to Niki***
    I feeling i'm dying from too much work. I've been working for 7 days a week for a month already.
    This is absolutely outrageously hard-working job. this is even worse than an illegal work i guess.
    however, no matter how hard the job is but i have a good team and a good boss. this is enough reason for me to stay.
    Though i really want some time off before i go nut hahaha. i really want to go to somwhere
    very natural filled with tree, water flow and blue sky so i can realize that i'm still on planet called "Earth', not some
    "machinary" planet hahaha. but really i'm really sick of machine and computer T_T.
     
    for the last blog i dreamed about one boy whom i adopted him. he was sooo cute that i'm really want this
    to happen in my real life. that's why i named the topic as "soon we will meet each other huh?".
     
    September 23

    soon we will meet each other huh?

    จริงๆ รอบนี้มีเรื่องอยากเล่าตั้งหลายเรื่อง แต่ก่อนจะอัพ 2 คืน ดันฝันแปลกๆ 
    แต่เป็นฝันแปลก ที่ดีจริงๆ ฝันถึง เด็กคนนึง ซึ่งกรูรับมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม
    แล้วแบบว่า เคยฝันประมานนี้มาแล้วครั้งนึง 1-2 ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้น เหมือนว่า
    กรูเข้าไปหาเค้า ในสถานรับเลี้ยงเด็ก แล้วตอนนั้น เค้าประมานว่า อยู่อนุบาลมั้ง
    แล้วครั้งนี้ เค้าอยู่ ป2 ได้มั้ง และคราวนี้เรารับเค้ามาอยู่ที่บ้านแล้ว เค้าน่ารักมากๆ
    ขี้อ้อนด้วย แต่เป็นความขี้อ้อนแบบ เศร้าๆ  เพราะในฝันเหมือนเค้าติดกรูมาก
    และในฝันนี้ กรูต้องไปทำงาน ที่ไหนไม่รุ้ แต่ไม่ได้อยู่กับเค้า แล้วพอโทรมาหาเค้า
    เค้าก็บอกให้กรูเปิด msn video ให้เค้าดูว่ากรูทำอะไรอยู่(555 ลูกกรุแน่ๆแบบนี้)
     เพราะเค้าไม่อยากอยู่คนเดียวเค้ากลัวเราทิ้งเค้า แล้วเค้าจะต้องกลับไปอยู่กะสถานเลี้ยงเด็ก
    อีกรอบ... เป็นความน่ารักที่น่าหดหู่เนอะ.....
     
    อยากให้ฝันนี้เป็นจริงเร็วๆ เพราะในฝันทั้ง 2 ครั้ง เรายังจำความรู้สึกในนั้นได้ดี มันเป็น
    ความรู้สึกที่เรียกว่า ชีวิตได้ถูก เติมเต็มแล้ว มันเป็นความรุ้สึกที่ดีมากๆ มากจนไม่อยากตื่นจิงๆ
    ส่วนเรื่อง แฟนอ่ะ ไม่เคยฝันถึงเลย คาดว่าจะโสด ชัวๆ ชีวิตนี้ 5555
    แต่แล้วไงอ่ะ ต่อให้แต่งงาน กรูก็ม่ายอยากมีลูกเป็นของตัวเอง ไงก็จะรับเด็กกำพร้ามาเป้นลูกอยู่ดี
    เพราะ กรูคิดว่า โลกนี้ก็มีคนเยอะเกินอยู่แล้ว จะเพิ่มคนขึ้นมาอีกคนทำไม สู้ไปเลี้ยง
    ชีวิตที่เกิดขึ้นมาแล้ว แต่ถูกทอดทิ้งไม่ดีกว่าหรอ.. แค่เค้าไม่มี DNA ของกรูอยู่
    ไม่ได้หมายความว่า เค้าจะไม่สามารถเป็นลูกกรูได้หนิใช่มะๆ
     
    ***ดีนะลูกกรูไม่ขอให้เปิด camfrog 555***
    ***ตกลงว่ากรูโสดตลอดชีพแหงๆ ฝันเห้นลูกก่อนแฟนเนี่ย เหอะๆ***
     
     
    เพราะงั้น ตอนนี้ต้องรีบเก็บตังๆ รอวันเจอลูกกรู 55555
     
    September 08

    ศพที่ 1 ของจริง

    อาทิตย์ก่อน มีคนตายคาโรงงาน 1 คน แบบเดินๆอยู่ก็ล้มไปเลย
    โกลาหลกันทั้งโรงงาน รีบส่งรพ แล้วก็ก็ไม่ฟื้น หมอเค้าตรวจดูก็เจอว่า
    เส้นเลือดในสมองเค้าแตก หมอก็รอว่าใน 48 ชม หลังผ่าตัด เค้าจะฟื้นมั้ย
    ถ้าไม่ก็คงเป็น เจ้าหญิง นิทราไปตลอด แล้วทีนี้ก็แล้วแต่ญาติ ว่าจะทำไง
    แล้วหลังจากวันเกิดเหตุอีก 2 วัน เค้าก็ไม่ฟื้น และก่อนที่ญาติเค้าจะขอถอดเครื่องหายใจ
    เค้าก็จากไปก่อน เฮ่อ.....
     
    อายุเค้าแค่ 36 เองนะ เส้นเลือดในสมองแตก เหอะๆ โรงงานนี้ใช้งานหนักหน่วงแท้
    แต่ไงเท่าที่ได้ยิน เค้าเองก็มีโรคประจำตัวพอควร แล้วไม่ดูแลร่างกายเหมือนกัน
    แต่ก็นะ การทำงานหนักเกินไปก็มีส่วนสำคัญอย่างมากแหละกับเหตุการณ์ครั้งนี้
     
    เพราะงั้นใครที่ทำงานหนักๆก็ระวังกันหน่อยนะ ใช้งานร่างกายหนักๆหน่ะ
    ดูแลให้มันดีๆด้วย กินอะไรก็เลือกหน่อย ออกกำลังกายบ้างถ้ามีเวลา
    คนที่เรียน พวก วิดวะ ถาปัด และพวกชอบเที่ยวแหลกรานก็ด้วย
     อย่าคิดว่าเรายังเด็ก ร่างกายฟิต ของแบบนี้มันมีผลเสียสะสม ไงก็รักษาตัวกันทุกคนหล่ะครับ
     
     
     
    August 25

    ศพที่ 1

    ตั้งชื่อน่ากลัวมะ 5555
    จิงๆไม่มีไรมากหรอก แค่จะมาเล่าความทรหดของ บริษัท ที่ทำงานอยู่เท่านั้น 55
    ในทีมผม ก็จะแบ่ง เป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ process engineer and test engineer
    process เนี่ยมีหน้าที่ ออกแบบ ระบบการผลิต และดูแล และ 108 1009
    test เนี่ยมีหน้าที่ ทำเครื่อง tester กะดูแลเครื่องtester
    ฟังดู เหมือนprocess จะงานเยอะกว่าใช่มะ ก็ใช่แหละ แต่ตอนนี้มันอยู่ใน phase
    ขึ้น line ผลิตใหม่ ซึ่งจังหวะนี้แหละ ที่ ทีมtest ต้องมานั่งทำเครื่อง tester
    ซึ่งก็ไม่ได้ง่ายเลย ก็เลยนั่งทำกันชนิด ทั้งวันทั้งคืนแบบ สายยันเช้า ทุกวันอ่ะ
    แล้วทีนี้ เค้าก็จ้าง พวก free lance มา1คน เพื่อช่วยทำในส่วนของ hardware
    แล้วไอ้คนนี้แหละ หลังจาก 3 อาทิตย์ผ่านไป พี่ท่านก็ขอลาไปเข้า รพ 2 วัน
    เพราะ พักผ่อนไม่เพียงพอ เครียด ความดันพุ่ง 555 ส่วนทีม test หน่ะหรอ
    สภาพก็แบบ เหมือน ซอมบี้ขึ้นทุกวี่ทุกวัน ขอบตาดำปิ๊ด ยิ่งกว่าอัพยา 3 วันติด
    ช่วงไหน peakๆ ก็จะแบบ ไม่พูดไม่จา หน้าตาเหมือนมีวิญญาณสิงสู่ เหอะๆ
    จนตอนนี้ เลยไปจ้าง ไอ้ test 2 คนก่อนหน้านี้ ที่ลาออกไป มาช่วยกันทำ
    เพราะ มันเลย dead line มาไกลแล้ว และลูกค้าเริ่มเร่งแล้ว และที่สำคัญ จะได้นอนบ้างซักทีเหอะๆ
     
    แล้วทีม process หล่ะ ช่วงนี้ถือเป็น ลมสงบก่อนพายุมากๆ เพราะ เครื่อง tester ไม่เสร็จ
    ทำให้ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยว่างๆ แต่.... หลังจากนี้สิ เพราะการ dealy ของเครื่อง tester
    ทำให้ plan มันไปกระจุกตัวกันในช่วงท้ายแทน จาก phase 1->2->3 แทนที่จะห่างกัน
    2-3 อาทิตย์ มีเวลานั่งปั่น 108 เอกสาร ก็เหลือ 1 อาทิตย์ ตายชัวๆ ตอนนั้น
    ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น พวกทีม test ก็คือไม่มีงานแล้ว เพราะเครื่องเสร็จคืองานจบบบ
     
    เพราะงั้นก็มาดูกันว่าเมื่อยามเครื่อง tester เสร็จ process(ซึ่งก็คือกรู)จะตายต่อมั้ย 555
     
    ***เอารูปear plugมาให้ดูด้วยย***
    อันนี้ er 20 hi-fidelity ear plug
     
    อันนี้ earplug ใส่นอน กันเสียงดีมาก
    มันโฆษณาว่ากันเสียงได้มากที่สุดแล้วสำหรับพวก
    ที่อุดหูแบบใช้ซ้ำได้

    เรื่องราคากะที่ขาย ใครอยากรู้ ก็ติดต่อมานะ ไม่บอกในนี้อ่ะ
    เพราะเราไม่อยากโฆษณาให้ใครฟรีๆ 555
     

    August 04

    ของเล่นชิ้นใหม่

    อาทิตย์ก่อนได้ของเล่น ชิ้นใหม่ ที่สั่งจาก เมกาไปก่อนหน้านุ้นนน
    มันคือ ear plug2 คู่ คู่นึงเป็น earplug แบบ hi fidelity คือประมาน ลดแต่ ความดัง ไม่ลด คุณภาพเสียง
    กะอีกอัน เป็น earplug แบบ สำหรับใส่นอน ลดเสียงสุดๆๆๆๆ
    แล้วพอคืนแรกที่มันมาถึง ก็ ได้ทดสอบ earplug สำหรับ นอนทันที แต่ไม่ใช่เพราะไอ้ข้างห้องมันดัง
    แต่เพราะ มัสยิต แถวๆนั้นอ่ะ แมร่งงงงงงงงงงงง จะสวดหาพระเจ้าก็ตามสบาย
    แต่ทำไม ต้องเปิดกระจายเสียงชนิด อยู่ห่างกัน 4-5ร้อยเมตร เสียงมันยังโคตรดังเนี่ย
    แล้วนึกสภาพ คุณท่านๆ เค้ามา ละหมาดกันตอน ตี4-5 โฮ่ โหยหวนขึ้นมา
    สะดุ้งตื่นทันทีอ่ะ แล้วเป็นหลายวันมากๆ ที่กรูต้องตื่นมานั่งฟังพวกแมร่ง โฮ่หา.....กัน
    จิงๆนะ ไม่ได้ อคติกะ ศาสนานี้นะ แต่ได้โปรดเถิด ถ้าใครที่มาอ่านแล้วเป็น อิสลาม กรุณาบอกกรูที
    ทำไม มัสยิดต้องทำให้ดังขนาดนั้น แล้วไม่คิดถึงคนอื่นๆบ้างหรอ ว่าเค้าจะหนวกหู ว่าเค้าจะด่าศาสนาคุณว่าทำลายความสงบของคนอื่นๆ
     
    เอาหล่ะนอกเรื่องไปไหนแล้วไม่รุ้ แต่เอาเป็นว่าวันั้น เลยได้ลอง earplug สำหรับใส่นอนซึ่งก็ทำงานได้ดีมาก
    ทำให้กรูนอนต่อได้อย่างสงบสุข 55(จิงๆซื้อมาเพราะไอ้ห้องข้างๆนะ แต่สงสัยต้องใช้กะ มัสยิดแทน )
    แล้ว earplug อีกอัน ก็เอาไปทดสอบที่ผับ 55 เจ๋งมากมาย ได้ยินแต่เสียงดนตรี แล้วเสียงนี่แบบว่า
    clean มากๆ noise หายหมด เบสนี่ ได้ยินเยอะกว่าตอนฟังหูเปล่าๆอีก เสียงร้องก็ชัดเจน และที่สำคัญ มันไม่ดัง
    จนปวดหูด้วย ชอบสุดๆ ออกมาจากผับ หูก็ไม่อื้อด้วย ชอบมากๆๆๆ ถูกใจสุดๆๆ อันนี้
    เพราะงั้นต่อไปนี้เราจะเที่ยวได้อย่างสบายใจแล้ว 555 ที่ไม่ค่อยเที่ยวเพราะไม่ชอบเสียงดังๆ
    ยังไม่อยากหูหนวกก่อนวัยอันควร และ หูเรามันค่อนข้างsensitive กะเสียงดังๆด้วย
    เป็นเรื่อง happy เล็กๆ ของคนที่ชอบหาของเล่นกะ หู 555
     
    เรื่องงานตอนนี้ก็เริ่มชินแระ หนักเป็นปรกติ เลิกงาน 4-5 ทุ่มเที่ยงคืนก็ เฉยๆแระ
    แต่รุ้สึกว่าพักผ่อนน้อยไปนิด เพราะพอเริ่มชิน กลับห้องมาก็เริ่มอู้ 555 เลยยิ่งนอนดึกเข้าไปใหญ่
    แต่ก็เอาเถอะ ต้องพยายามรักษาเวลานอนนิดนึง เดี๋ยวจะสลบคาโต๊ะทำงาน เหอะๆ
     
    July 15

    โรงงาน นรก

    หลังจากได้เข้าทีม ก็ได้เลิกงานเลข 5 เหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ จาก 5 โมงเย็น เป็น 5 ทุ่ม T_T
    แล้ว8โมงก็วิ่งมาทำงานใหม่ เหอะๆ รุ้จักเด็กในไลน์การผลิตครบทุกกะเลย เพราะอยู่โรงงานแบบ มาราธอนมาก
    แล้ววันทำงานก็เพิ่มเป็น 6 วัน และอาทิตย์ไหนซวยได้ที่ก็จะเป็น 7 วัน T_T แต่เอาเหอะ เพื่อนร่วมงาน ดี
    หัวหน้าดี ก็เอาแระ  อึดอัดกายดีก่าอึดอัดจายยย แต่ตอนนี้ มีแต่คนเริ่มทักแระว่า โทรมมม เซ็งจิต
    ฟิตเนสก็ แทบไม่ได้ไปเลย ไปแค่ เสา อาทิตย์ กัว six pack หายจิงๆ 555 และกัวส่วนอื่นๆมันฟีบด้วย 555
     
    แต่เอาเหอะ มีงานเยอะๆ ก็ดีอย่าง อุ่นใจว่า โรงงานนนี้ ยังมีงานเข้ามา และยังไม่ปิดแน่ๆ
    พูดแล้ว ถ้ากูเป็นพนักงานของ รง ที่พึ่งปิด(และเปิด)ไปนี่ กูช๊อกตายแน่ๆ
    ว่าแล้วก็เซ็ง ทำไม เมืองไทยจะมีกรรมขนาดนี้ เหมือนโดนสาบให้ไม่มีวันเจริญ
    เดี๋ยวก็เรื่องนู้น เรื่องนี้ จะเดินหน้าก็สะดุด สะดุดแล้วมีคนช่วยซ้ำอีก เมืองไทยทำไมเป็นงี้นี่
    (ตั้งแต่เริ่มทำงานนี่ เริ่มกลายเป็น ตาแก่ขี้บ่นแระ ว่ามะ 5555)
     
    เพราะงั้น ตอนนี้ใครได้ไปเที่ยวเล่นก็ เอารุปมาให้ดูบ้างเน่อออ อย่างน้อยก็จะได้รุ้บ้างว่า
    โลกนี้ ยังมี ท้องฟ้า T_T
     
    July 03

    เปื่อยอย่างหนัก

    ตอนนี้เป็นอะไรที่ เรื่อยเปื่อย อย่างถึงขีดสุด
    นั่งเล่น เน็ต วันหล่ะ 8 ชมเต็ม งานไม่มีทำ
    นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ แล้วก็รอเงินเดือนออก เป็นชีวิตที่น่าเศร้าสุดๆ
    รุ้สึกไร้ค่ามากมาย สาเหตุที่ไม่มีงานทำเพราะ ผู้ใหญ่เค้ากะลัง
    ปรึกษาว่าตกลงจะให้เราอยู่ ทีมไหนดี เพราะ ทีมที่สัมพาดเรามา
    ก็อยากได้ตัวเราคืน ทีมนี้ก็ขาดคน แล้วงานก็ยุ่งทั้ง2 ทีมเค้าก็
    ไม่มีเวลาคุยกันซักที เราก็เลยนั่งนิ่งๆ รอต่อไป เพราะเค้าจะ assign งาน
    ไรมากก็ไม่ได้ เดี๋ยวเกิดต้องย้ายทีม ซวยอีก ต้องหาคนมาสานต่อ
    เบื่อโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    แถมวันๆ นี่แทบไม่ได้ ปริปากคุยกะใครเลยอีกต่างหาก เพราะ 1 งานเค้ายุ่งกัน
    และ 2 คุยกันคนหล่ะเรื่องสุดๆ เค้าก็นั่งคุยเรื่องครอบครัวกัน แล้วกูจะคุยอะไร
    สงสัยต้องไป หาลูก หาเมีย มาบ้างแระ จะได้คุยรุ้เรื่อง 5555
     
    นอกจากเรื่องงาน ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเลย น่าเบื่อสุดๆ
    เด็กเปรต ข้างห้องก็จัดปาร์ตี้กันเข้าไป วันนี้ห้องด้านซ้าย
    อีกวันห้องด้านขวา จนวันดีคืนดี ฝันว่าไปแจมปาร์ตี้กะเด็กซะงั้น 555
    เมื่อคืนฝันร้ายมากมาย ฝันว่าเจออุบัติเหตุค่อนข้างร้ายแรง
    เจ็บทั้งตัว เหอะๆ หวังว่าชีวิตจิง คงไม่เจออย่างงั้นนะ ไงช่วงนี้ก็จะพยายาม
    ระวังตัวหน่อย ไม่ไปหาเรื่องใคร มั่วซั่ว 555
     
    ตอนนี้ชีวิตก็เท่านี้แหละ เรื่อยๆเอื่อยๆ เปื่อยๆ ไม่ต่างกะตอนว่างงานเท่าไหร่เลย
    เปลี่ยนที่เล่น เน็ตแค่นั้นเอง 555
     
    ปล ใครเคยสอบ GRE มาคุยกันหน่อย อยากสอบอยู่เผื่อไว้ไปขอทุนทำ ปเอก
     
    update: ในที่สุดก็ได้ทีมลงแล้ว เย้ๆ
    วันแรกก็เลิก 2 ทุ่มเลย 555 สะใจ
    ส่วนไอ้ห้องข้างๆ เมื่อวานปรอทแตกไปแล้ว
    มันดังจนกูตื่นตอนตีสองกว่าๆ แล้วก็ไม่มีทีท่าจะหยุด
    กูเลย ด้ายยยมึงดังใช่มั้ยงั้นมึงอย่าปาร์ตี้กันอย่างมีความสุขเลย
    ว่าแล้ว ก็ซ้อม เทควันโดกะกำแพงฝั่งที่ติดกะห้องมันอย่างไม่ยั้ง
    พอมันเงียบเราก็เงียบ พอมันดังเราก็ดัง จนตี 4 อ่ะ
    กว่าจะได้นอน ตอนเช้าตื่นมากะ แกล้งทำไรหล่นหน้าห้องให้เสียงดังๆ
    ปลุกมันให้ตื่นมาบ้างจะได้รุ้สึก แต่เอาเหอะครั้งแรก กูเว้นให้ หึ
    ครั้งหน้า ไม่จบแค่นี้แน่ กูจะเอาให้มึงสำนึกผิดไปจนวันตายแน่ๆ
     
    June 17

    ละทิ้งสิ่งเก่าๆ สู่ก้าวใหม่ๆ

    หายไปนานจนลืมไปแล้ว ว่าอัพครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เหอะๆ
    ตอนนี้ก็มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่งแระ ไม่ต้องเร่รับจ๊อบ แล้ว โฮ่ๆ
    แต่ในเรื่องดีๆ มันก็มีเรื่องแย่ๆ วันที่เริ่มงานวันแรก เป็นวันเดียวกับที่คุณย่าเสียพอดี...
    แต่ตามตรงนะ โล่งใจมากกว่าเสียใจ เห็นท่านทรมานมานานแล้ว จะได้พ้นจากความทรมานซะที
    เอาเถอะ ไงทุกอย่างก็ผ่านแล้ว คนที่ยังอยู่นี่สิ ยังต้องดิ้นรน ทุกข์ทรมานกันต่อปายยย
     
    ชีวิตทำงานตอนนี้ก็เริ่มเครียดแระ เจอของหินตั้งแต่ งานแรกเลย โดน assign ให้ไปอยู่ในทีม
    ที่เป็นทีม senior ล้วนๆคือ working exp 10yrs+ และ project ที่ทีมนี้รับผิดชอบอยู่
    เป็นproject ที่ยาก และสำคัญที่สุดของบริษัทขณะนี้...เลนเริ่มเกิดอาการเครียดเล็กน้อยถึงปานกลาง
    แอบอิจฉาพวก ที่เข้าใหม่คนอื่นด้วยกันนิดหน่อย พวกนั้นดูแล้วงาน หลั่นล้ามาก เห็นเดินไปเดินมา
    แล้วกูหล่ะ นั่งอ่านเอกสารเป็นกองทั้งวันทุกวัน แถมหาคนคุยก็ยากอีก เพราะอย่างที่บอกทีมนี้ senior ล้วน
    มีครอบครัวกันหมดแล้ว ความเฮฮาปาร์ตี้ นี่หาแทบไม่ได้ สลดสุดๆ และที่สลดที่สุด ทีมนี้
    กินข้าวเที่ยงที่ โรงอาหารทุกวัน !!! สลดมากๆ แต่เอาเถอะ เรามาเก็บเกี่ยวประสพการณ์ เพื่อแผนในอนาคต หึหึหึ
     
    และเพราะที่ทำงานอยู่ไกล เลยต้องไปอยู่หออีกรอบ คราวนี้ไปอยู่ หอ ตรงข้าม มกรุงเทพ
    กลับมาเป้นเด็กหออีกครั้ง อยู่กะ เดะๆ จะได้ เดะ 55555
    แต่จิงๆนะเห็นfreshy แล้วสะท้อนใจมากมายว่า ทำไมกูแก่จัง เฮ่ออ อยากย้อนเวลาไปใสๆแบบนั้นจัง โฮ่ๆๆๆ
    แต่เอาเถอะ ใสไม่ได้ ไงก็ขอดูแลตัวเองให้มันไม่โทรม พอดูได้สมวัยละกัน หึ
    กลับไปอยู่คนเดียวก็ดีเหมือนกัน อิสระดี เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ ไม่ต้องมานั่งแบกหัวโขนต่างๆ
    อยู่คนเดียว ไม่ต้องเป็นลูกใคร ไม่ต้องเป็นน้องใคร ไม่ต้องเป็นญาติใคร ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร ไม่ต้องเป็นเจ้านายใคร
    มีแค่ 1 ชีวิต ที่ต้องรับผิดชอบไป แต่พอกลับบ้านก็อืมมม กูก็ต้องทำตัวเป็นลูกที่แสนดี!? ต่อปายยย555
     
    ส่วน หนูเอมมี่ เดิมลุกเองมากขึ้น จากที่ขี้เกียจลุกเองมานาน ก็ดี แต่พอเริ่มลุกเองบ่อยๆ
    ไงไม่รุ้ ดันดูเดินกะเผลกมากขึ้น T_T นู๋เอ้ยยย จะดีให้มันตลอดหน่อยได้มั้ย คนเลี้ยงเค้าใจเสียหมด
    ตอนนี้ยิ่งไม่มีใครมีเวลามาดูแล เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ขออย่าได้เป็นไรเลยนะ
    และที่ไม่เคยพูดถึงเลย คือ หมาโกลเด้น ก็ยังสบายดี ขี้เซาที่สุดในโลกเหมือนเดิม
    โดนท่านพ่อ สปอยจนเสียหมาไปนานแล้ว มีอย่างที่ไหน นอนหลับชนิด ไม่สนใจใครจะไปใครจะมา
    แต่ก็ดีอย่างชอบแกล้งให้โกลเด้น สะดุ้งตื่น 555 ตลกดี ได้เห็นหน้าหมา ง่วงนอน เหวอๆ 555
     
    ก็เอาเถอะ ช่วงนี้ชีวิตทั้งดีแระร้ายปะปนกันไป เริ่มสิ่งใหม่ๆ ก็ขอให้มันไปได้ด้วยดี
    ไงหลังจากนี้ คงจะพยายามมาอัพให้บ่อยขึ้น ไม่งั้น เดี๋ยวเพื่อนๆหายหมด เหอะๆ
     
    May 15

    เริ่มใหม่

    หลังจาก เตะฝุ่นมาครึ่งปี ในที่สุดกูก็ได้งานแล้ววววววววว
    แต่จริงๆนะ ถ้ากูเอางานที่ได้ตั้งแต่ตอนนู้นนน ป่านนี้กูพ้นโปรไปนานแระ เหอะๆ
    แต่ก็นะ ไม่มีใครรู้หรอก ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร
     
    งานใหม่กู นี่ทำให้กูต้องมานั่ง นึกถึงคำพูดตัวเองอีกครั้ง เพราะ ต้องกลับไปที่เดิมอีกแล้วT_T
    มันเป็น โรงงาน แถวๆรังสิต อยู่ระหว่าง มกรุงเทพ กะ มธรรมศาสตร์ ซึ่งครั้งแรกสุดที่กูไปแข่งคอม
    ที่ธรรมสาสตร์ สมัยมปลาย กูเคยพูดกะเพื่อนไว้ว่า คอยดูนะ ชาตินี้กูจะไม่มาเหยียบที่นี่อีกแล้ว
    เพราะในความรู้สึกตอนนั้น คือ มันรกร้างกันดาร โคตรๆ แล้วเป็นไง เอ็น ติดธรรมศาสตร์สมใจเลย หึ
    แล้วนี่ไม่พอ จบแล้วยังต้องกลับมาทำงานถวนี้อีก ปากกู ศักสิทธิ์สุดๆ และถ้ายัง ศักสิทธิ์ แบบนี้
    จะมีอีกที่ที่กูต้องกลับไป เหอะๆ ก็รอดูไปว่ากูจะได้กลับไปจริงๆมั้ย หึหึ
     
    แต่ไปอยู่นู่นก็ดีอย่าง อิสระดี อยู่คนเดียว หนีโจทก์ แถวๆนี้ด้วย 555 แต่นะเงินเดือนน้อยอ่ะ
    เซ็ง อยู่คนเดียวรายจ่ายเยอะ เงินเดือน น้อย จน เครียด รับจ๊อบ 555
    ไงก็ขอให้ การเริ่มต้นครั้งนี้ เป็นไปด้วยดีเท้ออออออ
     
    หนูเอมมี่ก็ยังเรื่อยๆ ลุกเองยามที่อยากจะลุก น่าหมั่นไส้มาก แต่ยามไม่อยากลุกนี่
    ต้องแซะออกมาถึงจะลุกได้ หนูนะหนู สุดๆ สิ่งที่ทำให้เอมมี่ลุกได้ก็จะมีพวก
    ของกิน และ สิ่งมีชีวิต เล็กๆ ที่วิ่งไปวิ่งมาได้ ยิ่งยามวิ่งผ่านหน้าเอมมี่นี่
    เอมมี่จะสามารถลุกมาวิ่งไล่จับได้ เหอะๆ หมากู สุดๆ
    พูดถึงหมา วันก่อน เห็น หมาข้ามสะพานลอย!!!!!  ตะลึงสุดๆ
    ขนาดหมายังรู้ ว่าสะพานลอยมีไว้ทำไม แล้วคนหล่ะ เอาสะพานลอยไว้บังแดด
    แล้วไปวิ่งให้รถเฉี่ยวเล่น อายหมามั้ย
    April 10

    ชีวิต

    รู้สึกเดี๋ยวนี้เริ่มอัพ blog เฉียดรายเดือนแระ

    จากตอนแรกรายอาทิตย์ เริ่มกลายเป็น รายปักษ์ 

    และเข้าสู่รายเดือน อีหหน่อยคงราย ไตรมาส และ ทุกๆ 6 เดือน

    ต่อด้วยปีหล่ะครั้ง และสุดท้าย ชาติหล่ะครั้ง 555

    ตอนนี้ก็จะใกล้สงกรานต์ แล้ว ร้อนแสนร้อน แต่ไงก็อย่าให้ ใจ ร้อนไปด้วยหล่ะ

    ไม่งั้นมันจะยิ่งทวีคูณ ด้วยความปราถนาดีจาก นู๋เอมมี่ 55

    ตอนนี้รับงานpart time เล็กๆงานนึง ไปเป็นล่ามให้กะเจ้าของร้านในงาน BIH(Bangkok International Home and Furniture)

    ที่เมืองทองธาณีวันที่ 17-22 เมษานี้แหละ

    ใครอยากเจอตัวเป็นๆ ก็ไปแวะทักทายกันได้นะ

     

    ส่วนงานหลักก็อืมมม โยนปโททิ้งแล้ว หางานด้วยปตรีหล่ะ ยอมแพ้

    อยากหนีไปเที่ยวไกลๆ ไปหลงป่าซัก 3-4 วันจัง

     

    March 20

    หนูเอมมี่

    มีใครรู้สึกมั้ย ว่า blog นี้เค็มๆ ดองได้ที่เลยนะนี่ 5555
    วันนี้จะ อัพแต่เรื่องหนูเอมมี่ล้วนๆ เพราะ เรื่องหนูเอมมี่ฟังแล้วเบิกบาน
    ส่วนชีวิตกระผ้ม ฟังแล้วจะหดหู่ อยากโดดตึกตาย เพราะงั้นอย่าฟังเลย เหอะๆ
     
    หลังจากการเอาหนูเอมมี่ไปโยนลงน้ำให้ว่ายน้ำ อยู่หลายเดือน การกายภาพ
    ก็เริ่มออกผลให้เห็นได้ชัด จากที่ขาหลังไร้ความรู้สึก ตอนนี้ หนูเอมมี่จะลุกเดิน
    เองได้แล้ว ตอนนี้ แค่พยุ่งนู๋ เอมมี่ขึ้นมา มันก็เดินเองโดยที่ไม่ต้องมีใครจับได้แล้ว
    แต่เรื่อง ของเรื่อง คือ มันไม่ค่อยยอมลุกเอง ถ้าไม่มีเหตุจูงใจ เหตุจูงใจของนู๋เอมมี่ก็ได้แก่
     
    1.ความแค้น ริษยา
    อันนี้นี่ สุดๆ ถ้านู๋เอมมี่เป็นคนนะ ต้องนิสัยแบบ นางอิจฉาละครไทยแน่ๆ แบบกรี๊ดตบๆ ด้วย
    เพรานี่เลยวีรกรรมอันสุดแสนของ เอมมี่ วันก่อน ห่านเดินผ่านหน้า ด้วยแรงอาฆาตนานหลายเดือน
    ที่มันโดนห่านจิก เวลาอยู่ในสนามหญ้า เอมมี่เลยมีแรง ฮึดลุกมาวิ่งไล่ ห่าน แถมงับขาห่านได้อีกนะ
    ดีที่แม่บ้าน มาเห็นทันรีบจับแยกได้ ไม่งั้น เจ้าห่านอาจจะ ไม่รอดชีวิตเป็นได้ เหอะๆ นู๋เอมมี่นี่สุดๆ
     
    2.ความกลัว
    อันนี้ก็ นี่เลยครั้งแรกที่ลุกเองมาจากความกลัวล้วนๆ เพราะเอมมี่ไม่ชอบลงว่ายน้ำ ครั้งนึง
    พอพามันไปถึงขอบสระมันดิ้นลุกเดินหนีเฉยเลย แต่ตอนนนั้นขามันยังไม่แข็งแรงมากเลยไม่ได้ไป
    ไหนไกล 555 สุดท้ายโดนจับลงน้ำเหมือนเดิม และที่แย่กว่านั้น เจ้าหน้าที่สระเห็นมันแข็งแรงดีนัก
    เลยจับลงสระใหญ่เลย ไม่มีเครื่องช่วยแล้ว นอกจาก เสื้อชูชีพ 555 อดอู้เลยสมน้ำหน้า
     
    3.ความดุ
    อันนี้นี่อยู่ในสายเลือด ร็อตไววเล่อร์ เหอะๆ น่ากัวอยู่แต่ นู๋เอมมี่ไม่เคยดุกะคนในบ้านนะ
    แต่กะคนแปลกหน้า อืมม ไม่ขอรับรองความปลอดภัยดีกว่า หึหึ นี่เลยวันก่อน แม่กรูไม่ได้
    ถอดหมวก ถอดแว่น นู๋เอมมี่จำไม่ได้ ผลคือ เอมมี่ ลุกขึ้นมาจะกัด แม่-*- แต่พอแม่ถอดหมวก
    ถอดแว่นแค่นั้นแหละ เอมมี่นิ่ง 5555 นู๋เอ้ยย เป็นหมาที่จำหน้าคนได้แย่จิงๆ
     
    ก็เป็นอันสรุปว่า ตอนนี้ นู๋เอมมี่ก็มีความหวังเยอะแหละ ว่าจะกลับมาเดินได้อีกรอบ
    จากที่เคยทรุดไปขนาด แค่ลุกขึ้นมาหมอบยังทำไม่ได้ แต่ตอนนี้ เดินได้โดยไม่ต้องมีคนพยุง
    แค่นี้ก็ถือเป็น ปาฏิหารย์มากมายแล้วสำหรับผม ไงก็ขออย่าให้มี after shock ไรอีกเลย
    และถ้ากลับมาเดินได้จริง คงต้องหาทางป้องกัน ห่าน จากปากเอมมี่ด้วย เหอะๆ
    ท่าทางแค้นฝังลึก เหอะๆ
     
    เมื่อวานวันที่ 19 มีค ขอ happy birthday ให้กะคนพิเศษสุดคนนึงในชีวิต :)
     
    February 13

    คดีฆาตกรรม รับ valentine

    special update project 2<---project 1 : tag blog
    จิงๆยังไม่ถึงฤกษ์ อัพ นะเนี่ย แต่เหตุการณ์วันนี้มันน่าจดจำ 55
    เรื่องคือ ตอนเที่ยงวันนี้ไปกิน ชาบูชิ ที่ซีคอน ไปคนเดียวเนี่ยแหละ T_T
    ไปแล้วนะ พนักงานก็ช่างแสนดี ให้เรานั่งที่ว่างตรงกลาง ระหว่าง2คู่ T_T
    ขอเปลี่ยน มีดุด้วยนะ ว่าที่อื่นถ้าไปนั่ง ก็ต้องเว้นอีก นั่งตรงนี้ไปแหละ T_T
    ระหว่างนั่งกิน ก็เหลือบไปเห็น ที่นั่งข้างๆมันสะสม หอยตลับไว้(แม่งจะเอาไปเปิดฟาร์มเรอะ)
    ก็ไม่ได้คิดอะไร เออช่างมันเหอะ มันคงอยากกินมากกมั้ง ก็ไม่ได้สนใจนั่งกินต่อไป
    แล้วระหว่างนั่งๆกินนี่แหละ ที่หางตามันก็เหมือนจะเห็นอะไร ดุกดิ๊กๆ ได้ก็เลยหันไปดู
    สิ่งที่เห็นคือ....หอยตัวนึงมันกำลังดุ๊กดิ๊ก แบบยื่นเนื้อใน(น่าจะปากมันมั้ง)ออกมา
    ไม่รุว่าจะเดิน หรือจะกิน แต่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เห็น หอยขยับตัว
    โอ้วววว มันเป็นอะไรที่น่าตื่ตาตื่นใจนัก ก็เลยนั่งดูว่ามันจะทำไรต่อไป
    และในระหว่างที่กำลังพิศวง กะ หอยตลับตัวนั้น ก็มีมือมืด(ดำ)ลึกลับหยิบจานนั้นลอยขึ้น
    แล้ววินาทีต่อมา เฮียแกก็เท หอยทั้งจานลงหม้อต้มที่กำลังเดือดได้ที่ โดยที่ไม่ได้ดู
    เลยว่าในนั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่T_T โถ่ หอยตัวน้อย เราพึ่งกำลังจะรุ้จักกัน
    อีกพริบตาถัดมาเจ้าก็ลงไปเล่นในหม้อstainless ซะแล้ว ....
    หลังจากนั้น อีกนาทีกว่าๆ บรรดาหอยในหม้อนั้น ก็ถูกยกมากองในจานของเฮีย
    แล้วเฮียก็กันไปหาแฟนเค้า ถามว่า"ลองหน่อยมั้ย" พร้อมกับคีบหอยตัวนั้น
    ที่เคยดุ๊กดิ๊กๆ อยู่เมื่อ 2 นาทีก่อน ไปไว้ในจานของแฟนเฮีย....อนิจจา
    เจ้าหอยตัวน้อย ต้องสละชีพสังเวยรัก รับ valentine เฮ่อออ.....เอวัง
     
    ***หลังจากเห็นคดีฆาตกรรมนี้ กูหมดอารมแด๊กทันที***
    ***ต่อไปนี้ไม่ไปแล้ว ชาบูชิ***
    February 02

    tag blog

    มีคน tag มาสองคนก็เลย up เป็นกรณีพิเศษ เพราะจริงๆยังไม่ได้ฤกษ์นะเนี่ย 5555
    ว่าแร้วก็เริ่มเลยดีกว่า 5ข้อที่เกี่ยวกะตัวเองนี้ คงเป็นเรื่องที่เรียกว่า กับคนที่รู้จักผม
    มานานกว่า 10 ปี น่าจะรู้เกือบหมดแล้วนะ ส่วนเรื่องที่ลับๆกว่านี้มันก็ต้องลับต่อไป55
     
    1.โบ้
     
    ชื่อนี้เป็นชื่อที่เพื่อนๆเรียกสมัยประถมปลายๆ- จบมัธยม มาจากไหนหน่ะหรอ
    มันคือชื่อของหมาน้อยที่เลี้ยงไว้ช่วงนั้น แล้วประมาณว่าเห่อหมาตัวเองจัด
    เพื่อนๆเลยหมั่นไส้ เลยเรียกชื่อหมาเป็นชื่อผมไปเลย 555 แต่ไม่โกรธนะ ชอบด้วย
    เลยกลายเป็นชื่อตัวเองไปเลยจริงๆ 55 แต่เพื่อนที่เรียกชื่อนี้คนแรกให้ตอนนี้เสียไปแล้ว ....
     
    2.ข้าวต้มมัด
     
    เป็นของที่ผม อี๋ สุดๆ อย่าได้เอามาเข้าใกล้เด็ดขาด และอย่าได้ให้มันมาแตะตัวผมเด็ดขาด
    เพราะผมเป็นคนไม่ชอบ ของลื่นๆ แหยะๆ เละๆ กินก็ไม่ได้ โดนก็ไม่ได้ เรื่องนี้ความแตกเพราะตอน ม6
    เพื่อนมันโยน เปลือกข้าวต้มมัดมาใส่ แล้วผมก็เอ่อ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ กลัว ให้คนอื่นเห็น
    แล้วหลังจากนั้น ก็มีการถือข้าวต้มมัด วิ่งไล่กันทั่วโรงเรียน เป็นที่น่าเอน็จอนาจอย่างยิ่งต่อผู้พบเห็น T_T
     
    3.เด็กเรียน
     
    อันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ดีมาก 555 ตั้งแต่มัธยมแล้ว อาจารย์ทุกคนจะคิดว่าผมเป็นเด็กดี เด็กขยันเรียน
    เกียรติบัตรประพฤติดีก็เคยได้มาแล้ว 555 และด้วยเหตุนี้เวลามีเรื่องไรกัน เพื่อนๆจะส่งผมไปเป็นไม้กันหมากับอาจารย์
    มีเรื่องกะคนอื่น ถ้ามีผมเอี่ยว อาจารย์ก็จะเข้าข้างกลุ่มผมก่อน 55 ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันว่าจึงได้ดูไปในแนวนั้น
    แต่ที่แน่ๆ ถ้าอาจารย์ได้เห็นหัว multi colour ของกรูนี่ช็อคตายได้แน่ๆ 555
     
    4.บ้าน
     
    เป็นความลับแห่งชาติมากๆ จะไม่ค่อยแพร่งพรายให้ใครรู้ โดยเฉพาะที่ตั้งของบ้าน เป็นความลับระดับสุดยอด
    และเท่าที่จำความได้ เพื่อนที่เคยมาเหยียบบ้านนี้มีไม่ถึง 10 คนและไม่มีใครเคยมาเป็นครั้งที่ 2 หึหึหึ เพราะ
    ผมเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงปรี๊ดดด เพราะงั้น บ้านคือที่เดียวที่จะเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริงจึงไม่อยากให้ใครมาก้าวก่าย
    และที่ยิ่งกว่าบ้านคือ ห้องนอน อันนี้แม้ขนาดพ่อกับแม่เข้ามายังรู้สึกอึดอัดเลย เป็นอะไรที่หวงห้องมากๆ(เหมือนหมาเลยเนาะ 55)
     
    5. เครื่องลาง
     
    ถึงผมจะจบ วิศวะอิเล็ก+คอม และวิดวะแพทย์ แต่เชื่อหรือไม่ ผมเป็นคนนึงที่บ้าเครื่องลางพอตัวเลย 55
    สัมยก่อนเข้าสอบทีนี่ เพื่อนๆนึกว่าจะไปประกอบพิธีกรรม อะไร 55 ของเยอะมากกก ทั้งหิน ทั้งพระ ทั้งอะไรต่อมิอะไร
    มีสายสินญ์ ด้วย หุหุ แต่หลังๆชักเริ่มขี้เกียจพก เพราะบรรดาของทั้งหลายมันกินที่โต๊ะสอบ นอนไม่สะดวก !!
    เลยเริ่มไม่เอาเข้าแระ จนไปอังกฤษนู่นแหละ ถึงเริ่มเข้าห้องสอบแบบคนทั่วๆไป 55
    ไม่น่าเชื่อเน๊อะ ว่าเรียนไรมาเนี่ย 555
     
    EDIT: รายนามผู้โชคดีจากการ Tag คร้าบบ
     
    January 23

    ยัง เรื่อยเปื่อยอยู่

    จนบัดนี้ ชีวิตก็ยังเรื่อยเปื่อยต่อไป สมัครงาน-สัมพาด ไปเรื่อยๆ
    ไอ้ บริษัทที่เราอยากทำ ก็กว่านัดสัมพาดน๊านนาน ไอ้บริษัทที่เราเฉย
    ก็จะเอาเราเข้าไปทำให้ได้จริงๆ เร่งอยู่นั่นแหละ เฮ่ออ แต่ก็ดีกว่าไม่มี
    ใครอยากได้ไปทำงานเลย เนอะๆ
     
    วันพฤหัส-อาทิตย์ ที่ผ่านมา ขับรถไปกะพ่อแม่ ไปเที่ยว เชียงใหม่
    ปาย และสุโขทัยมา สาหัสนัก การขับรถทางไกล กลับมาทรุดทันทีเหอะๆ
    แต่ก็สวยดีนะ งานพืชสวนโลก อลังการดี แต่ไม่ใหญ่อย่างที่คิดนะนึกว่าจะเดิน
    ได้ไม่รอบอะไร ประมานนั้น แต่ก็ดีแล้วแหละที่เดินได้หมด ไม่งั้นคงต้องไป 2วัน
     
    ปายก็สวยดี บรรยากาศแนว reggae+HIP จะเจอพวก ฝรั่งติส จัดๆได้เยอะพอตัว
    นอกจากนี้แล้ว อืมม ก็งั้นๆแหละ ป่า เขา น้ำตก สวยตอนเช้า เหมาะแก่การไปทำไรห่ามๆ
    กะเพื่อนฝูง แต่ไม่เหมาะกะการไปพักผ่อนกะครอบครัว จิงๆนะ
     
    เมื่อคืนฝันได้ฮามากๆ ฝันว่าหนูเอมมี่ลุกขึ้นมาเดิน 2 ขา 5555
    แล้วก็มีไอ้ โกลเด้น เดินพันแข้งพันขา แหงนมอง 555
    หวังว่านี่จะเป็นนิมิตหมายที่ดีของหนูเอมมี่นะ
     
    ***หมู่นี้หนูเอมมี่บ้าจี้มาก ขำดี อิอิ***
    ***up รูปละเน้อ ตั้งแต่ไปลาวนู้นนเลย อู้มานาน 55***